เบื่อไหมกับการนั่งโต๊ะทำงานทั้งวัน? รู้สึกหลังยึด คอแข็ง อยากขยับร่างกายแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? หรือมี Apple Watch อยู่แล้ว แต่ยังใช้ไม่คุ้มค่า? ถ้าคำตอบคือ “ใช่” บทความนี้เกิดมาเพื่อคุณ
เชื่อไหมว่า Apple Watch ไม่ได้เป็นแค่ Smartwatch เท่ๆ ที่เอาไว้ดูเวลาหรือแจ้งเตือนเฉยๆ แต่เป็นเหมือน Personal Trainer ส่วนตัว ที่จะช่วยให้คุณสนุกกับการออกกำลังกาย และมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้แบบไม่น่าเชื่อ
เตรียม Apple Watch ของคุณให้พร้อม แล้วมาดู 5 ท่าไม้ตาย ที่จะทำให้คุณใช้ Apple Watch ออกกำลังกายได้คุ้มค่าที่สุด
เช็คอินสุขภาพ ทำความรู้จัก Apple Watch Workout App
ก่อนจะเริ่มออกกำลังกายแบบจริงจัง มาทำความรู้จักกับแอปพลิเคชัน “Workout” ที่ติดมากับ Apple Watch กันก่อนครับ แอปนี้แหละที่จะเป็นเพื่อนคู่ใจในการออกกำลังกายของคุณ
- สารพัด Workout ให้เลือกสรร: ไม่ว่าคุณจะชอบวิ่ง, ว่ายน้ำ, โยคะ, ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่เต้นแอโรบิก Apple Watch ก็มี Workout ให้เลือกมากมาย แค่เลือก Workout ที่ตรงกับกิจกรรมของคุณ แล้วกด “Go” ได้เลย
- วัดชีพจรแม่นยำ: หัวใจสำคัญของการออกกำลังกายอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ คือการรู้ Heart Rate Zone ของตัวเอง Apple Watch สามารถวัดชีพจรของคุณได้อย่างแม่นยำ ทำให้คุณรู้ว่าควรจะออกกำลังกายหนักแค่ไหน ถึงจะเบิร์นแคลอรี่ได้ดีที่สุด และไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
- ตั้งเป้าหมายชัดเจน: อยากวิ่งให้ได้ 5 กิโลเมตร? หรืออยากเบิร์นแคลอรี่ให้ได้ 300 kcal? Apple Watch ช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายได้ง่ายๆ ทำให้คุณมีแรงจูงใจ และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ปรับแต่งหน้าจอ: ไม่ชอบดูข้อมูลเดิมๆ ซ้ำๆ? Apple Watch ให้คุณปรับแต่งหน้าจอ Workout ได้ตามใจชอบ เลือกดูข้อมูลที่คุณสนใจ เช่น ระยะทาง, เวลา, แคลอรี่ที่เผาผลาญ, หรือชีพจร เพื่อให้คุณติดตามผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปรับแต่ง Workout ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ (ฉบับคนขี้เกียจ)
เข้าใจครับว่าคนทำงานออฟฟิศอย่างเราๆ เวลามีน้อยนิดเหลือเกิน จะให้ออกไปวิ่งทุกวันก็คงจะไม่ไหว แต่ไม่ต้องห่วง Apple Watch ช่วยให้คุณออกกำลังกายแบบสั้นๆ แต่ได้ผลได้เหมือนกัน
- High Intensity Interval Training (HIIT): รู้จัก HIIT ไหมครับ? มันคือการออกกำลังกายแบบสลับช่วงหนัก-เบา เช่น วิ่งเร็วสลับเดินช้า ทำซ้ำๆ กัน Apple Watch มี Workout แบบ HIIT ให้เลือกใช้ ซึ่งจะช่วยให้คุณเบิร์นแคลอรี่ได้เยอะในเวลาอันสั้น
- Short Workout: ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ แค่ออกกำลังกาย 10-15 นาที ก็ยังดีกว่าไม่ออกเลย ลองหา Workout สั้นๆ ที่คุณชอบ แล้วทำเป็นประจำทุกวัน รับรองว่าเห็นผลแน่นอน
- Move Reminder: บางทีเราก็ลืมไปเลยว่าต้องขยับร่างกาย Apple Watch มีฟีเจอร์ Move Reminder ที่จะคอยเตือนให้คุณลุกขึ้นเดินทุกๆ ชั่วโมง ลองตั้งเป้าหมายว่าจะต้องยืนให้ได้อย่างน้อย 1 นาที ในแต่ละชั่วโมง แล้วคุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้นแน่นอน
- Workout Playlist: เพลงมันส์ๆ ช่วยให้การออกกำลังกายสนุกขึ้นเยอะ สร้าง Playlist สำหรับ Workout โดยเฉพาะ แล้วเปิดฟังตอนออกกำลังกาย รับรองว่าคุณจะลืมความเหนื่อยไปเลย
วัดผลลัพธ์ ตามติดทุกความสำเร็จ
การเห็นผลลัพธ์ คือแรงจูงใจที่ดีที่สุด Apple Watch ช่วยให้คุณติดตามผลการออกกำลังกายได้อย่างละเอียด ทำให้คุณเห็นความก้าวหน้า และมีกำลังใจที่จะออกกำลังกายต่อไป
- Activity Rings: Apple Watch มี Activity Rings ที่แสดงให้เห็นว่าคุณขยับร่างกายไปมากแค่ไหนในแต่ละวัน มี 3 วง คือ Move (แคลอรี่ที่เผาผลาญ), Exercise (เวลาที่ออกกำลังกาย), และ Stand (จำนวนชั่วโมงที่ยืน) พยายามทำให้วงกลมทั้ง 3 วง ปิดให้ได้ทุกวัน
- Fitness Trends: Apple Watch จะเก็บข้อมูลการออกกำลังกายของคุณไว้ และแสดงให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ทำให้คุณรู้ว่าคุณเก่งขึ้นแค่ไหนในแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน
- Share Activity: แชร์ Activity ของคุณให้เพื่อนๆ ดู การแข่งขันกับเพื่อนๆ เป็นแรงจูงใจที่ดีเยี่ยม ลองชวนเพื่อนมาออกกำลังกายด้วยกัน แล้วแชร์ Activity ให้กันดู ใครทำได้ดีกว่ากัน
- Awards: Apple Watch มี Awards ให้สะสม เมื่อคุณทำได้ตามเป้าหมาย หรือทำสถิติใหม่ๆ คุณจะได้รับ Awards เป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกภูมิใจในตัวเอง
แอปพลิเคชันคู่ใจ เสริมแกร่งการออกกำลังกาย
นอกจากแอป Workout ที่ติดมากับ Apple Watch แล้ว ยังมีแอปพลิเคชันอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- Nike Run Club: ถ้าคุณชอบวิ่ง Nike Run Club คือแอปที่ขาดไม่ได้ แอปนี้มี Guided Runs ที่จะช่วยแนะนำเทคนิคการวิ่งต่างๆ และมี Challenges ให้คุณร่วมสนุกกับนักวิ่งคนอื่นๆ ทั่วโลก
- Strava: Strava คือแอปโซเชียลสำหรับนักกีฬา คุณสามารถติดตามเพื่อนๆ และดูว่าพวกเขาวิ่ง หรือปั่นจักรยานกันที่ไหนบ้าง Strava ยังมี Challenges และ Segment ที่จะช่วยให้คุณท้าทายตัวเอง และพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้น
- MyFitnessPal: การควบคุมอาหารเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมีสุขภาพที่ดี MyFitnessPal ช่วยให้คุณบันทึกอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละวัน และคำนวณแคลอรี่ ทำให้คุณรู้ว่าคุณกินมากเกินไป หรือน้อยเกินไป
- Headspace: การทำสมาธิช่วยลดความเครียด และทำให้คุณมีสมาธิกับการออกกำลังกายมากขึ้น Headspace คือแอปสมาธิที่ใช้งานง่าย และมี Session ให้เลือกมากมาย
เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มความฟิตแอนด์เฟิร์ม
- เลือกสายนาฬิกาให้เหมาะสม: ถ้าคุณออกกำลังกายหนักๆ ควรเลือกใช้สายนาฬิกาที่เป็นซิลิโคน เพราะระบายอากาศได้ดี และไม่ซับเหงื่อ
- ทำความสะอาด Apple Watch เป็นประจำ: เหงื่อและสิ่งสกปรกอาจทำให้ Apple Watch สกปรกและมีกลิ่นเหม็น ควรทำความสะอาด Apple Watch เป็นประจำด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์
- อัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ: Apple จะปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ออกมาเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ Apple Watch
- ฟังร่างกายตัวเอง: อย่าฝืนออกกำลังกาย ถ้าคุณรู้สึกเจ็บ หรือไม่สบาย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
บทสรุป: ชีวิตดี๊ดี เพราะมี Apple Watch
เห็นไหมครับว่า Apple Watch ไม่ได้เป็นแค่ Smartwatch ธรรมดาๆ แต่เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจ ที่จะช่วยให้คุณสนุกกับการออกกำลังกาย และมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้แบบไม่น่าเชื่อ
อย่ารอช้า ลองนำ 5 ท่าไม้ตายนี้ไปใช้ แล้วคุณจะพบว่าการออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป
แล้วคุณล่ะครับ? วันนี้คุณขยับร่างกายแล้วหรือยัง? ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยว่าคุณชอบออกกำลังกายแบบไหน?
อย่าลืมกดติดตาม เพื่อรับเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลสุขภาพจากเราทุกวัน แล้วเจอกันใหม่ครับ

