Apple Watch วัดออกซิเจน? ฟีเจอร์, ข้อจำกัด & สถานการณ์ล่าสุด

จากกรณีที่ นายจิรวัฒน์ เผ่าพงศ์ชัย นักธุรกิจหนุ่มชาวเชียงใหม่ วัย 42 ปี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพลเมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ด้วยอาการอ่อนเพลียผิดปกติและหายใจติดขัด โดยที่ผ่านมาเขามีความมั่นใจในสุขภาพของตนเองมาตลอด เนื่องจากเป็นนักวิ่งมาราธอนที่ใช้งาน Apple Watch Series 7 เพื่อติดตามค่าสุขภาพเป็นประจำ จนกระทั่งค่าออกซิเจนในเลือดบนหน้าจอแจ้งเตือนตัวเลข 92% ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 95% อย่างต่อเนื่องนานนับชั่วโมง ทำให้เขาตัดสินใจไปพบแพทย์และตรวจพบว่ามีปัญหาเรื่องการทำงานของปอดที่ผิดปกติ

เหตุการณ์ของนายจิรวัฒน์กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทวอทช์และผู้ที่รักสุขภาพ ว่าฟีเจอร์การวัดออกซิเจนในเลือด หรือ SpO2 บน Apple Watch นั้นมีความสำคัญและเป็นมากกว่าแค่ฟังก์ชันเสริมจริงหรือไม่ ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ค่าออกซิเจนในเลือดที่ต่ำกว่า 95% เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งชี้ถึงปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ หรือภาวะอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งหากละเลยอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ทีมวิจัยจาก สถาบันวิจัยการแพทย์ทางเดินหายใจแห่งประเทศไทย ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า “แม้ Apple Watch จะไม่ใช่เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลเบื้องต้นจากเซ็นเซอร์ SpO2 ก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเฝ้าระวังสุขภาพของตนเองได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติเล็กน้อย การแจ้งเตือนจากอุปกรณ์เหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดได้ทันท่วงที”

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องข้อจำกัดของเซ็นเซอร์ SpO2 บนสมาร์ทวอทช์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทางการแพทย์ให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องความแม่นยำในการวัดค่าภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนไหว สภาพผิว หรือแม้กระทั่งการสวมใส่ที่หลวมเกินไป ซึ่งอาจทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้ แพทย์จึงยังคงแนะนำให้ใช้เป็นเครื่องมือเสริมเท่านั้น ไม่ควรนำมาทดแทนการตรวจวินิจฉัยจากบุคลากรทางการแพทย์โดยเด็ดขาด

ความสำคัญของฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือดบนนาฬิกาอัจฉริยะจึงไม่ใช่แค่กิมมิคใหม่ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยทำให้ผู้คนตระหนักถึงสุขภาพตนเองมากขึ้น และในอนาคต เราอาจได้เห็นการพัฒนาระบบที่มีความแม่นยำและได้รับการรับรองทางการแพทย์มากขึ้น ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเช็กสุขภาพประจำวันของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากกรณีของนายจิรวัฒน์ ทำให้เห็นว่าการใส่ใจสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ จากอุปกรณ์ไฮเทคอย่าง Apple Watch อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยชีวิตผู้คนได้จริง และเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเทคโนโลยีสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของเราได้ดียิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเป็นอันตรายในระยะยาว